วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผลเสียของการอดนอน : สุขภาพ นอนหลับ พักผ่อน การนอน อดนอน นอนน้อย

สำหรับหนุ่มสาว มหาวิทยาลัย และคนวัยทำงานอาจจะเคยชินกับการทำงานตอนดึกๆ เพราะรู้สึกว่าช่วงเวลากลางคืนทำให้สมอง
โลดแล่น เกิดไอเดียบรรเจิด เกิดความคิดลื่นไหลปรู๊ดปร๊าด แต่คุณรู้ไหมว่าการนอนน้อย นอนดึก ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว โดยที่คุณเองก็คาดไม่ถึง

ทั้งนี้มีงานวิจัยเชิงทดลองที่ให้อาสาสมัครหนุ่มสาว ได้ทดลองนอนหลับวันละ4ชม.เป็นเวลา6คืนเมื่อเจาะตัวอย่างเลือด
ของอาสาสมัครเหล่านี้พบว่า พวกเขามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวานแล้ว

นอนไม่พอ...ทำให้อ้วน
อด นอน - นอน น้อย

การที่คนเราอดนอนมาก ๆ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกายน้อยลงทำให้ร่างกาย รู้สึกอยาก รับประทาน อาหาร มากขึ้น นอกจากนี้ การนอนไม่เพียงพอนั้น ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อ ระบบประสาท ว่า ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด ตามความต้องการอาหารของร่างกาย เมื่อระดับ เลปตินลดลงจากการนอนน้อยผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นแม้จะได้ กินอาหารจน ได้พลังงาน เพียงพอแล้วก็ตาม

นอนไม่พอ...ทำให้ขาดภูมิต้านทาน

ส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการอดกลับอดนอนนั่นคือ หากสมากชิกในบ้านของคุณหรือตัวคุณเองที่ อดนอนมากๆจะหน้าตาซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวลเจ็บป่วยง่ายขึ้นเมื่อเจอเชื้อโรค เพราะการนอน ไม่พอจะส่งผล ต่อเม็ดเลือดขาว และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ของร่างกายนั่นเอง

นอนไม่พอ...ทำให้เป็นมะเร็ง

การนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกัน ในเรื่องวงจรการหลั่ง ฮอร์โมนแปรปรวน เนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลากลางคืน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งเต้านม ฉะนั้น นอกจากเราควรจะนอนให้เพียงพอแล้ว เรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย

นอนไม่พอ...ทำให้โง่

ศ.เจอร์เกน ซัลเลย์ นักวิจัยพฤติกรรมการนอนหลับ วิทยาลัยแพทย์รีเกนส์เบิร์ก เปิดเผยว่า การอดนอนส่งผลกระทบเลวร้ายต่อร่างกาย จะทำให้ประสิทธิภาพการจดจำลดลง ดังนั้นควรนอนพักผ่อนอย่างน้อยคืนละ 7 ชั่วโมงเพื่อความมีสุขภาพที่ดี

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีงานวิจัยหรือไม่คนส่วนใหญ่ย่อม รู้กันดีว่าการที่คนเราอดนอนนั้นทำให ้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
อยู่แล้วแต่เมื่อมีงานวิจัยออกมา ยืนยันถึงผลร้ายของการอดนอนแบบนี้คนที่นอน ไม่พอหรือยังบริหารเวลาใน ชีวิตการทำงาน
และชีวิตครอบครัวไม่ดี ควรตระหนักและเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณ




วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สาวออฟฟิศกับหน้าฝน




สำหรับสาว ๆ หลายคน แค่จะเดินทางไปทำงานในแต่ละวันก็ ลำบากอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอหน้าฝนแบบนี้ ความยากลำบากก็ทวีคูณ เลยขอ
แนะนำ ทิปส์ที่น่าจะประโยชน์กับสาว
ๆ ในช่วงฝนตก

พกร่มติดตัวเป็นประจำ

สมัยนี้มีร่มพก (ที่พับเก็บได้) ลายน่ารัก ๆ เก๋ไก๋ขายอยู่ดาษดื่น ควรพกติดตัวเป็นประจำเช้าเย็น ฝนเทลงมาเมื่อไร จะได้ไม่ลำบาก ติดฝน จนไปทำงานสาย หรือกลับบ้านดึก นอกจากนี้เวลาเลือกซื้อร่มอย่าเค็ม เลือก คุณภาพดี ๆ หน่อย ไม่ใช่เปิดกางสองสามทีก็เดี้ยงเสียแล้ว

แต่งตัวโทนสีเข้ม

เสื้อผ้าโทนสีเข้ม ๆ จะปลอดภัยมากกว่าเวลาฝนตก เพราะต่อให้คุณมีร่มก็เถอะ แต่ร่มของคุณ คงไม่สามารถ กันละอองฝนเซ็นเซอร์ราวด์รอบทิศทางได้ ไหนจะน้ำฝนที่กระเด็นกระดอนขึ้นมาจากพื้นอีก ถ้าใส่เสื้อ กระโปรง รองเท้า สีอ่อนอย่างสีขาว จะเห็นรอยกระดำกระด่างชัดเจนแน่นอน แถมยังเสี่ยงที่จะโป๊ซีทรูไปถึงไหน ๆ ด้วย น่ากลัวมากมาย

เตรียมรองเท้าแตะติดออฟฟิศไว้

คุณไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่าวันไหนฝนจะตกหนักจนน้ำท่วม เพราะ ฉะนั้นควรหารองเท้าแตะเตรียมลุยน้ำไว้เสมอ รองเท้าคู่งามของคุณ จะได้ไม่เยิน

อย่าขยันอยู่ดึกทำโอทีคนเดียว

เราก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าฝนเจ้ากรรมนั้นชอบเลือกตกเวลาเย็น ๆ ช่วงที่ชาวออฟฟิศอย่างเราต้องเดินทางกลับบ้าน ดังนั้นถ้าเลิกงานแล้ว คุณควรจะรีบกลับดีกว่าจะมาทำขยันจนต้องอยู่ดึก ๆ ในออฟฟิศ ที่ บรรยากาศทึม ๆ ดูอันตราย มันจะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ

ระวังการพกเอกสารติดตัว

คิดภาพดูสิคะ ถ้าคุณหอบเอาเอกสารเกี่ยวกับงานกลับบ้าน แต่ฝนเทลงมากลางทาง มือหนึ่งถือร่มคันน้อย มือหนึ่ง โอบอุ้มกองเอกสารแล้ววิ่งไล่ตามรถเมล์ โอโห...คงทุลักทุเลไม่ใช่เล่น ๆ เอกสารก็เสี่ยงที่จะโดนน้ำฝนจนเยิน ดีไม่ดีถ้าหลุด มือลงไปกองกับถนนทั้งกอง ไม่อยากจะคิดภาพ เสียหายหลายแสนแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าขน เอกสาร งานออกจากออฟฟิศเลยค่ะ แต่ว่าถ้าต้องเอากลับไปเคลียร์งานต่อที่บ้านจริง ๆ ล่ะก็ ควรนำเอกสารทั้งหมด ใส่แฟ้มแล้วห่อ ด้วย ถุงพลาสติกสักสองสามชั้น รับรองว่าต่อให้โดนฝนก็ปลอดภัยหายห่วงค่ะ ถ้าเป็นไปได้ถ่ายซีร็อกซ์ เก็บไว้ออฟฟิศอีกสักชุด ยิ่งเซฟมาก ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วิธีดูแลตัวเองเมื่อต้องเดินตากฝน




มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองง่าย ๆ มาฝากกัน โดยเฉพาะในช่วงที่ ฝนตก บ่อย ๆ แบบนี้ ส่งผลให้ใครหลายคน เปียกฝนไปตาม ๆ กัน ขณะที่เพิ่งออกจากที่ทำงานได้ไม่นาน ฝนก็ตกลงมาพอดี และบังเอิญคุณหาที่หลบฝนไม่ทัน หลายคนบอกว่า ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอสักหน่อย
แต่ทำอย่างไรได้ฝนตกลงมาพอดีถ้ารอให้ฝนหยุดก็อาจจะกลับบ้านช้า ก็เลยมีบางครั้ง ที่ทำให้เราเผลอเดินตากฝนโดยไม่ตั้งใจ ผลที่เกิดขึ้นนอกจากเสื้อผ้าจะเปียกชื้น

และร่างกายของคุณหนาวเหน็บแล้วยังเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้ออันเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคผิวหนังอีกด้วย

วิธีการดูแลรักษากรณีเดินลุยฝน
  1. เริ่มต้นจากการทำเสื้อผ้าให้แห้งสนิทโดยเร็ว
  2. เมื่อกลับถึงบ้านให้คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที เหตุผลก็คือ การใส่เสื้อผ้าเปียก ๆ ก่อให้เกิดการหมักหมม และอาจกลายเป็นแหล่งเชื้อราโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้ และอาจทำให้คุณไม่สบายเป็นหวัด รวมไปถึงเป็นปอดบวมได้อีกด้วย
  3. แน่นอนที่ถุงเท้ากับรองเท้าย่อมเปียกฝน เพราะฉะนั้นให้คุณถอดออกทันที และควรเร่งทำให้แห้งโดยเร็ว
  4. เราควรเรียนรู้ว่าการปล่อยให้เท้าเปียกชื้นนาน ๆ ส่งผลให้เท้าซีด และอาจลอกเป็นขุยได้
  5. คุณต้องเข้าใจว่าหากปล่อยให้เท้าชื้นนาน ๆ อาจจะทำให้ติดเชื้อราได้ง่าย ทั้งนี้ โรคเชื้อราที่พบบ่อยคือ ฮ่องกงฟุต โดยเฉพาะที่บริเวณซอกนิ้วเท้า
  6. เมื่อกลับมาถึงบ้าน และเท้ายังเปียกชื้น อันเป็นผลมาจากการย่ำน้ำในซอยของหมู่บ้าน ให้คุณเร่งทำความสะอาดที่เท้าด้วยการฟอกสบู่ จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาด ต่อมาก็เช็ดเท้าให้แห้ง
  7. การใช้แป้งฝุ่นทาที่เท้าหลังทำความสะอาดจะช่วยให้เท้าสบายมากขึ้น

วิธีการดูแลเส้นผม

  1. เมื่อกลับมาถึงบ้านให้คุณเร่งทำความสะอาดเส้นผม ด้วยการสระผมด้วยแชมพูสระผมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมไปเลย
  2. จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณอาจจะต้องใช้แชมพูสระผมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา นั่นเป็นเพราะว่าการที่คุณเดินตากฝนนั้น อาจจะมีเชื้อโรคปะปนมา และการที่คุณไม่ยอมสระผมในค่ำคืนนั้นเลย เส้นผมของคุณอาจได้รับเชื้อราและเกิดรังแคได้ เพราะฉะนั้นให้สระผมหลังจากที่คุณเพิ่งเดินตากฝน
  3. ที่สำคัญก็คือ คุณไม่ควรนอนในขณะที่เส้นผมยังเปียกน้ำฝนอยู่
หลักการง่าย ๆ ที่กล่าวมานี้จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ไม่ต้องวิตกกังวลกับฝนที่กระหน่ำตกลงมานัก ทว่าวิธีการที่ดีที่สุด สำหรับคุณก็คือ การหลีกเลี่ยงไม่เดินตากฝนนั่นเอง

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2552

6 วิธีกิน เพิ่มระบบเผาผลาญ

6 วิธีกิน เพิ่มระบบเผาผลาญ


กินบ่อย แต่แบ่งเป็นมื้อเล็กๆ การกินอาหารวันละ 4-6 มื้อ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ตลอดทั้งวัน และลดน้ำหนัก ได้มากขึ้น คนที่ทิ้งช่วงการกินระหว่างมื้อต่อมื้อ นานเกินไป ระบบเผาผลาญจะปรับตัว ให้ทำงานช้าลง เพื่อชดเชย กับการไม่ได้กิน แต่ถ้ากินมื้อใหญ่เกินไป ระบบเผาผลาญจะทำงาน เสมือนว่าคุณกำลังอดอยาก จึงสงวนแคลอรีทั้งหมด ที่กินไว้ เพื่อสะสมเป็นเสบียงยามขาดแคลน

ห้ามอดมื้อเช้า คนที่งดอาหารเช้าบ่อยๆ จะอ้วนง่ายกว่า คนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ ร่างกายคนเราต้องการพลังงาน และสารอาหาร เพื่อจะทำงานได้ทั้ง 24 ชั่วโมง ดังนั้น การอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง จึงทำ ให้ร่างกายเข้าสู่ระบบสงวนพลังงาน โดยการลดอัตรา การเผาผลาญลง และทำให้ร่างกายเก็บสะสมพลังงานอย่างเต็มที่ ในรูปของไขมัน อาหารเช้าที่มีคุณภาพ ได้แก่ ข้าว (ซ้อมมือ) ต้มเครื่อง หรือขนมปังไข่ ดาว

เพิ่มอาหารโปรตีน โดยปกติ อาหารจะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ หลังจากที่กินไปแล้ว 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่ทำงาน ได้ดีที่สุด แต่อาหารโปรตีนต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น 25% ในการย่อย ฉะนั้นอาหาร ว่างที่มีโปรตีนสูง จึงทำให้การเผาผลาญ ทำงานได้ดีกว่า (เล็กน้อย) เมื่อเทียบกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง (โดยที่มีแคลอรีเท่าๆ กัน) แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนที่สรุปว่า อาหารชนิดใดจะมี ผลพิเศษในการเพิ่มระบบเผาผลาญ

เติมเครื่องเทศรสเผ็ด มีงานวิจัยว่า พริกหรืออาหารรสจัดสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้ 20% เป็นเวลาถึง 30 นาที งานวิจัยในสตรีชาวญี่ปุ่นรายงานว่า พริกสีแดง ช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย โดย เฉพาะเมื่อกินพริกแดง กับอาหารไขมันสูง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยขนาดเล็ก พบว่านักกีฬาชายที่กินพริกแดง กับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง มีอัตราระบบเผาผลาญสูงขึ้น ทั้งขณะที่มีกิจกรรม และไม่มีกิจกรรม หลังการกินอาหาร 30 นาที แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า เพิ่มการทำงานได้นานแค่ไหน ผลดีของการกินพริก คือช่วยให้กินผักได้เพิ่มขึ้น แต่ผลการเพิ่มอัตราการเผาผลาญนั้น เพียงเล็กน้อย จึงต้องใช้ความพอดีใน ข้อนี้ให้มาก

ดื่มน้ำตลอดวัน น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากดื่มน้ำน้อยไประบบเผาผลาญ จะลดลงเหมือนขาดอาหาร โดยตับ จะเก็บน้ำไว้ แทนที่จะนำไปใช้ในหน้าที่อื่นๆ เช่น เผาผลาญไขมัน การดื่มน้ำ เย็นๆ จะช่วยเพิ่ม ระบบการเผาผลาญ ได้เล็กน้อย จากการที่ร่างกายต้อง รักษาระดับอุณหภูมิ ในร่างกาย ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระ EGCG (epigallocatechin gallate) ที่มี ฤทธิ์สูง หากดื่มขณะที่กินอาหาร จะช่วยเพิ่มระบบการเผาผลาญ 24 ชั่วโมงได้ 4 % (คาเฟอีนเพียงอย่างเดียวไม่แสดงผลนี้) แม้ชาเขียวจะกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีกว่า และนานกว่ากาแฟ แต่การดื่มชา เขียวโดยไม่ควบคุมปริมาณอาหารที่กินตลอดทั้งวัน ก็ไม่อาจช่วยให้น้ำหนักลดลงได้

เลี่ยงน้ำตาลและของหวาน การกินของหวานมากๆ จะช่วยส่งเสริมให้ระบบเผาผลาญ เก็บสะสมไขมันมากกว่า การเผาผลาญไขมัน ออกไปใช้ นอกจากนี้ น้ำตาลยังเป็นพลังงานส่วนเกินที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ได้ง่าย
6 วิธีกิน เพิ่มระบบเผาผลาญ

ปัจจัยเสริมเร่งการเผาผลาญ

ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิค ที่เผาผลาญพลังงานในเวลาสั้นๆ และยกน้ำหนัก ที่จะสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่ม ระบบเผาผลาญ ในระยะยาว ถ้าเรายิ่งสร้างกล้ามเนื้อมากเท่าไร อัตราการเผาผลาญ (ขณะที่อยู่เฉยๆ) ก็จะยิ่งสูง มากขึ้น เท่านั้น เพราะเซลล์กล้ามเนื้อ เผาผลาญพลังงาน ได้มากกว่าเซลไขมัน

การออกกำลังกายแบบแอโรบิค 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการยกน้ำหนัก 30 นาที แต่การยกน้ำหนัก กลับจะเพิ่มให้ระบบเผาผลาญทำงานได้นานกว่า ฉะนั้นกฏข้อหนึ่งของการลดน้ำหนักคือ การออกกำลังกายควบคู่กันไป กับการควบคุมอาหารจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายให้มากขึ้น และคงน้ำหนักที่ลดลงได้

ผู้หญิงบางคนกลัวว่า การออกกำลังกายจะทำให้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ดูแล้วไม่สวยงาม แต่ที่จริงผู้หญิง ไม่มีฮอร์โมน เทสโทสเทอโรน (testosterone) มากพอ ที่จะทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ เหมือนผู้ชายได้ขนาดนั้น จึงไม่น่าเป็นข้ออ้าง ในการไม่ออกกำลังกาย

ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้อ้วนได้ โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เพราะความเครียดทำให้ร่างกาย หลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล มีผลให้ระบบเผาผลาญลดลง และที่สำคัญนอนให้เพียงพอ การวิจัยพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่าวันละ 7 - 8 ชั่วโมง จะอ้วนได้ง่าย เนื่องจากร่างกายมีสภาวะเครียดเพิ่มขึ้น



บริการด้านสุขภาพทั้งหมด .. คลิกที่นี่

ผู้ติดตาม